::o [SF]...Embrace...[Siwon x HanKyung] o::

posted on 21 Oct 2007 02:22 by ytothesky  in ShortFiction

Warning :: นี่เป็น Blog ฟิคนะคะ เป็นเรื่องราวระหว่าง ชายกับชาย หรือง่ายๆคือแนว Boy's love หรือ Yaoi น่ะแหละค่ะ ถ้าหลงเข้ามาแล้วไม่ชอบก็ปิดไปเถอะน้า~

Title:...Embrace...
Author: Eve
Couple: Siwon X Hankyung
Rating: PG-13
Status: End
Summary: คนคนนึงเฝ้ามองคนอีกคน คอยดูแล คอยเป็นห่วงยามทุกข์ แต่กลับถอยห่างยามอีกฝ่ายมีสุข
Author ’s note: แง่บๆ กลับมาอีกแล้วกับการแต่งฟิค ฮ่าๆ เหมือนจะไม่ได้แต่งมานาน *-* แต่ทำไม๊ทำไมแต่งวอนฮันทีไรมันออกมาแบบนี้ทุกทีน้า~~~ ฟิคเรื่องนี้ได้มาจากการดูโอพีวีที่อยู่ในบล็อกน้องแป้งค่ะ ไอ้รายการที่ไปออกที่จีนแล้วสองคนกอดกัน ที่ซีวอนปลอบป๋าอ่า~ ดูแล้วมันก็เลยอยากแต่ง ฮ่าๆ แต่ไม่รู้ว่าทุกคนจะชอบรึเปล่า --*---- เนื่องจากห่างหายจากการแต่งฟิคมานานมากมาย เพราะงั้นภาษาอาจจะแย่นะคะ ทำใจด้วย TTOTT~ ขอโทษนะค้า~~ ตอนแรกกะไม่เอาลงนะเนี่ย ไม่กล้า ฮ่าๆ แต่เพราะน้องแป้งขอเลยเอาลง *---* เอาเป็นว่าเป็นยังไงก็ติชม(จะมีอย่างหลังมั้ยเนี่ย?)มาได้เลยนะคะ ^^~ อ้อ คอมเม้นท์สั้นๆประเภทว่าสนุกจังอีหรอบนี้ขอเถอะนะคะ เราไม่ชอบเอาเลยจริงๆ TT_TT~ เห็นใจคนแต่งหน่อยน้า~  XD~ อ่านให้สนุก(จะสนุกมั้ยเนี่ย?)นะค้า~

พล่ามมาเยอะแล้ว
เจอกันเรื่องหน้าค่ะ ^^~ (ถ้ามี กริ๊บกริ้ววว~)


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“พี่ครับ...เมื่อพี่เศร้าใจ....ต้องเสียน้ำตา...ขอผม...เป็นคนซับน้ำตานั้นได้มั๊ยครับ?”


..
.

ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าพี่น่ะ เหมือนคนเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วพี่อ่อนไหว พี่บอบบางแต่พี่แข็งแกร่ง พี่ไม่ต้องการคนปกป้อง พี่ต้องการจะยืนอยู่ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระของใคร แต่ผมรู้...พี่ต้องการใครซักคน พี่ไม่แสดงออก พี่ไม่บอกใคร แต่ผมจะบอกพี่...ไม่ต้องห่วงนะครับ...ผมจะยืนอยู่ตรงนี้...ที่ข้างๆพี่เสมอ...

...
..
.

“พี่ฮันคยอง ทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียวหละเนี่ย~?” ผมเอ่ยถามออกไปเมื่อเดินมาถึงบันไดทางหนีไฟ จริงๆแล้วผมเพียงแค่อยากหาที่เงียบๆอยู่คนเดียวเท่านั้นเอง ผมแค่ต้องการปล่อยความรู้สึกล่องลอยไปกับสายลม ให้สายลมพัดผ่านความห่วงใยไปยังคนที่ผมต้องการมากที่สุด แต่ทว่าสายลมนั้นคงไม่ต้องทำหน้าที่แล้วหละมั้ง

“อืม...แค่อยากหาที่เงียบๆคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” ตอบแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องกังวลใจ ใช่ว่าผมจะอ่านใจคนได้ แต่เพราะเป็นพี่ เป็นฮันคยองคนนี้ เป็นคนที่ผมเฝ้ามองตลอดเวลา เพราะงั้นเลยไม่แปลกที่ผมจะรู้ความรู้สึกอีกฝ่าย เพียงแต่...เรื่องอะไร?...เท่านั้นเอง

“แล้วอยากจะเล่าเรื่องเรื่อยเปื่อยนั่นให้ผมฟังมั้ยครับ?” ผมเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม คงจะสงสัยว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกมา ผมยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ก่อนจะนั่งลงข้างๆคนขี้กังวลที่ขั้นบันได พี่ฮันคยองเอนหัวลงมาพิงไหล่ หลับตาและเงียบไป

ผมไม่คิดจะซักไซ้ต่อ พี่ฮันคยองเป็นคนแบบนี้ ถ้าไม่อยากเล่าจะไม่เล่า เจ้าตัวมักจะชอบเก็บอะไรไว้กับตัวเอง มีความสุขก็หัวเราะ มีความทุกข์ก็หัวเราะ แต่ว่าถ้ามีใครซักคนมาสะกิดบาดแผลให้เปิดออก หยาดน้ำตานั่นก็จะรินไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย ดวงตาที่ดูเงียบเหงา ดวงตาที่ฝืนทำเป็นสดใส ดวงตาที่สวยงาม...

“นายมักจะมาในเวลาที่ชั้นอ่อนแอเสมอเลยนะ” พี่ฮันคยองพูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน ผมยิ้มอีกครั้ง คิดในใจว่า ผมเฝ้ามองพี่ตลอดเวลา ผมอยู่กับพี่เสมอนั่นแหละครับ แต่ผมรู้ คนเรามักจะมองเห็นค่ากันและกันเมื่อยามยากลำบาก ยามมีสุขบางสิ่งบางอย่างรวมถึงคนบางคนก็ถูกละเลยไป มันเป็นอะไรที่รู้ๆกันอยู่ ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แม้ว่าหัวใจดวงนี้จะเจ็บทุกๆครั้งที่พี่อยู่กับคนอื่น ยิ้มและหัวเราะกับคนอื่น

“ผมมีสัมผัสที่หกน่ะ รับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้ไว” ผมรู้พี่ฮันคยองเป็นคนซื่อ พูดแบบนี้ยังไง๊ยังไงก็เชื่อ แต่ผมไม่ได้โกหกนะ ผมรับรู้ความรู้สึก...ของพี่...ได้ไวจริงๆ เป็นเฉพาะกับพี่ด้วยนะ แต่ถ้าพูดมันออกไปมันก็คงไม่ดี ผมมองเสี้ยวหน้าของคนที่ให้ท่อนแขนผมต่างที่พักพิง ดวงตาลึกลับน่าค้นหาช้อนขึ้นมามองผมงงๆ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่ผมคาดเดาไว้ก่อนแล้ว

“เห~ จริงหรือ??” ผมยิ้มรับคำถามนั้นก่อนจะเสมองไปทางอื่น ใบหน้าคมได้รูป ริมฝีปากอิ่ม รวมทั้งผิวขาวที่โผล่พ้นออกมาจากชายเสื้อ ทำให้ผมต้องรีบหันหน้าหนี รับรู้ได้ว่าความร้อนแล่นผ่านขึ้นมาสู่ผิวหน้า การโดนให้ท่าแบบไม่ได้ตั้งใจเช่นนี้ทำเอาใจเต้นระส่ำ ผมรู้สึกถึงแรงกดที่ท่อนแขนลดลง ก่อนจะรับรู้ถึงมืออุ่นที่ประคองใบหน้าของผมให้หันกลับไป

“หันหน้าหนีทำไม? โกหกใช่มั๊ยเนี่ย?” พระเจ้า...มีใครเคยบอกพี่ฮันคยองมั๊ยครับว่าทำท่าแบบนี้มันน่ารัก!! ดวงตาคู่นั้นส่อแววสงสัย ปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างคนช่างคิด และถ้ายังไม่ลืมกัน มือของพี่อยู่ที่หน้าของผม พอเถอะฮะพี่ เลิกทำให้ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้เสียที ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์อะไรในตัวพี่ แค่น้องในวงที่พี่คอยดูแลคนหนึ่งเท่านั้น

รอยยิ้มของผมจุดขึ้น เพียงแต่เป็นรอยยิ้มเหงาๆที่พึงจะกลั่นออกมาจากหัวใจ อยากจะบอกให้อีกคนรับรู้ แต่ไม่ได้ ผมไม่ควรจะทำ ไม่ควรจะดึงพี่ลงมาในโลกที่ไม่ปกติแบบนี้ ไม่ควรเด็ดดอกไม้สวยงามลงจากลำต้น สิ่งที่ควรกระทำมีเพียงแต่เฝ้ามองดอกไม้เหล่านั้นผลิบานต่อไป

“นาย...ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว...” พี่ฮันคยองพูดลอยๆ มือที่ประคองใบหน้าของผมยกขึ้นสูงก่อนที่จะลูบไปมาบนกลุ่มผมสีดำสนิท ผมเสมองไปทางอื่น ไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืดออกไป เพราะผมยังไม่ต้องการเผยความรู้สึก สัมผัสจากมือพี่ฮันคยองทำให้ผมรู้สึกดี อบอุ่น แม้ความอบอุ่นนั้นจะทำร้ายผมในบางคราก็ตาม

“ใจคอจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ?” ผมหันหน้ากลับมา มองดวงตาของพี่ฮันคยองที่สื่อถึงความเป็นห่วงเป็นใย นี่ไงหละที่ผมบอกว่ามันทำร้ายผม ความเป็นห่วง ความอบอุ่นที่พี่มีให้ ไม่เคยเกินไปกว่าคำว่าน้องแต่อย่างใด ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ดึงพี่เข้ามาสู่อ้อมกอด ผมกำลังพยายาม...

“เป็นอะไรไปซีวอน?” พี่ฮันคยองถามผมเมื่อผมหลับตานิ่งก่อนจะเบนตัวมาพิงไหล่ของพี่แทน ทำไมสถานะกลับกันได้เร็วขนาดนี้นะ ผมนี่ไม่ได้เรื่องเลย แทนที่จะทำให้คนที่รักสบายใจ แต่กลับเพิ่มความกังวลไปให้แทน

“ชั้น...ทำให้นายเป็นแบบนี้รึเปล่า?” เสี้ยวใบหน้าด้านข้างของพี่แสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ไม่ดี...ผมไม่ควรทำให้พี่เป็นแบบนี้เลย

“ไม่ครับ พี่อย่าคิดมากเลยนะ ว่าแต่พี่เถอะ?? ตกลงอยากเล่าอะไรให้ผมฟังบ้างรึเปล่า” พี่ฮันคยองส่งสายตาถามผมอีกครั้ง เมื่อผมยิ้มกว้างรับ พี่จึงดันตัวผมขึ้นและเป็นฝ่ายซบลงมาที่ท่อนแขนแทน พี่ฮันคยองโหมดนี้...ชอบจัง...

“ชั้นแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยจะบอกสักที พี่ฮันคยองเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ผมถาม ไม่เล่าอะไร เพียงแต่บอกว่าคิดเรื่อยเปื่อย แต่นั่นแหละเป็นสัญญาณที่บอกว่าพี่กำลังกังวล ผมไม่คิดจะซักไซ้ต่อ เพราะยังไงถ้าไม่เล่าคือไม่เล่า นิสัยของพี่เป็นแบบนี้ แต่มันก็ทำให้พี่ต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว มันหนักเกินไปนะครับพี่ฮันคยอง

“อะไรที่แบกไว้บนบ่านานๆ มันทำให้ล้าได้เหมือนกันนะครับพี่ และถ้าพี่ยิ่งไปเพิ่มน้ำหนักมัน พี่ก็จะเหนื่อยมากขึ้น การที่วางลงแล้วพักไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าไม่ไหวก็วางลง พักสักครู่แล้วค่อยไปต่อนะครับ” ผมพูดโดยที่ไม่ได้มองใบหน้าของอีกฝ่าย รู้ดีว่าการพูดแบบนี้จะไปสะกิดต่อมน้ำตาพี่ฮันคยองเข้า แต่ผมก็ยังทำ ถ้ามันจะทำให้พี่ระบายอะไรออกมาได้บ้าง

สายลมแผ่วเบาพัดผ่านเราสอง ผมรู้สึกถึงแรงสะอื้นไห้ข้างกาย รับรู้ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ หน้าที่ของผมคือให้กำลังใจ ปลอบโยน แต่คราใดที่พี่ไม่ต้องการที่พักพึงแล้ว ผมจะไม่อยู่ให้เกะกะ จะถอยห่าง แล้วเข้ามารับตอนที่พี่กำลังล้ม ผมจะคอยประคับประคองพี่เสมอนะครับ

พี่ฮันคยองไม่ใช่คนที่อยากจะให้ใครมานั่งเช็ดน้ำตา พร้อมคำพูดปลอบประโลม พี่เพียงต้องการร้องไห้เงียบๆเท่านั้น ผมจึงนั่งเงียบๆ ปล่อยอีกฝ่ายให้ระบายอารมณ์จนพอใจ ความเปียกชื้นที่ต้นแขนทำให้ผมรับรู้ว่า หยาดน้ำตาสวยไหลรินลงมามากเพียงใด พี่ทนมานานขนาดไหนกับเรื่องราวครั้งนี้ ผมพลาดที่ไม่ได้ดูแลพี่ใช่ไหม?

ผมห้ามตัวเองไม่ได้อีก เมื่อคิดว่าตัวเองพลาดที่ไม่ได้ดูแลพี่ให้ดีกว่านี้ ผมเอื้อมมือข้างที่ไม่ได้ถูกอีกฝ่ายพักพิงไปเชยคางมนขึ้น ก่อนจะดันตัวอีกฝ่ายออกเล็กน้อย นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างของผมทำหน้าที่ของมันโดยการปาดหยาดน้ำตานั้นออกจากใบหน้าที่คู่ควรแก่รอยยิ้มมากกว่าความเศร้า พี่ฮันคยองมองการกระทำของผมเงียบๆ สายตาที่ทอดมองมากำลังสั่นไหวคล้ายจะตัดสินใจ กลีบปากบางอ้าขึ้นลงหลายครา จนท้ายสุดพี่ก็สูดลมหายใจลึกๆอีกครั้ง ดวงตาดูมุ่งมั่น ถามคำถามที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินมาตลอดชีวิต

“นายรู้สึกกับชั้นเกินกว่าพี่น้องมานานเท่าไหร่แล้วซีวอน?” ประโยคคำถามฮุคซ้ายทำเอาผมเจ็บแปลบ พี่รู้!! รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?! ผมอ้าปากจะตอบคำถามแต่กลับไม่มีเสียงใดๆลอดออกมา อาจเป็นเพราะว่าผมช๊อคเกินกว่าสมองจะประมวลผลได้ทัน พี่ฮันคยองเสมองไปทางอื่น ใบหน้าหวานแดงซ่านพอให้รับรู้ว่าเจ้าตัวคงอายไม่น้อยกับการถามคำถามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้

“พี่รู้...” เสียงแหบแห้งของผมเปล่งออกมาจนได้ แม้นั่นจะเผ่าเบามากก็ตาม แต่อีกฝ่ายก็รับรู้ พี่ฮันคยองหันกลับมาพร้อมมอบรอยยิ้มเล็กๆให้ผม

“อืม...รู้” ตอบเสร็จก็ก้มหน้าลง ผมสังเกตได้ถึงเลือดที่สูบฉีดไปตามใบหน้าของพี่ คนขี้อายอย่างพี่ฮันคยองกล้าถามออกมาแบบนี้แสดงว่า...

“อย่าบอกนะ...ว่าเรื่องที่พี่กังวลคือเรื่องนี้...?” ผมอ้าปากค้างเมื่อพี่ฮันคยองพยักหน้า...อะไรกันเนี่ย? นี่ผมเองรึที่เป็นคนทำให้พี่ต้องเสียน้ำตา ผมเองที่ทำให้ใบหน้าพี่ต้องหมองเศร้า ผม...

“อย่าคิดแบบนั้น อย่าทำหน้าแบบนั้น ที่ชั้นร้องไห้เพราะว่าชั้นเสียใจ ที่ไม่รู้ความรู้สึกนายให้เร็วกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้นายเจ็บ ขอโทษที่ทิ้งนายไว้เวลามีสุข ทั้งๆที่เวลาชั้นทุกข์นายเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นแท้ๆ” พี่ฮันคยองประคองใบหน้าผมด้วยสองมืออีกครา รอยยิ้มเศร้าๆปรากฏบนดวงหน้ามล ผมจับมือพี่ฮันคยองที่อยู่ข้างแก้มก่อนจะบรรจงจูบลงไปที่ฝ่ามือนั่น

“ผมทำเพราะผมอยากทำ ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ” ผมยิ้มให้กับท่าทางเขินของอีกฝ่าย ดูท่าว่าผมควรจะบอกสินะ ผมดูไม่ผิดหรอกใช่ไหม? นี่จะเป็นเรื่องแรกของพี่ฮันคยองเลยนะที่ผมไม่อยากจะเดา ความรู้สึกภายในใจดวงนั้นจะสื่อออกมาเป็นอะไรนะ?

“ผมทำเพราะผมรักพี่....รักมากกว่าพี่น้อง อย่าถามเพราะผมจำไม่ได้ว่าผมเริ่มรักพี่เมื่อไหร่ ผมจำได้แค่ว่าทุกครั้งที่รู้สึกตัวจะมีพี่อยู่ในสายตาเสมอ ภาพของพี่ตราตรึงลึกลงไปในจิตใจ ไม่ต้องหลับตาภาพพี่ก็ผุดขึ้นมาราวกับเนรมิต ใบหน้า ริมฝีปากอิ่มและทุกส่วนของพี่ถูกประกอบเป็นมโนภาพที่ผมจะไม่มีวันลืม ทุกสิ่งดูสวยงามเมื่อมีพี่อยู่ พี่เศร้าผมเศร้า พี่สุขผมสุข แค่ได้เฝ้ามอง แค่ได้ดูแล เพียงแค่นั้นก็เพียงพอ พี่เป็น ‘พี่ฮันคยอง’ ของทุกคนนี่นา” สายตาของพี่ฮันคยองจดจ้องทุกคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากผม ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อ พี่ฮันคยองหลับตา ก่อนจะลืมตาอีกครั้งแล้วโผเข้ากอดผมอย่างแรง

“ซีวอน...” เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาข้างหูพร้อมแรงสะอื้นทำให้ผมต้องกอดตอบปลอบคนในอ้อมแขน ลูบหลังเพื่อปลอบประโลม ปากพร่ำว่าขอโทษพี่ไม่หยุด...ขอโทษที่ทำให้พี่ลำบากใจ...ขอโทษนะครับ

“ชั้น...ก็รักนาย...” สิ้นเสียงนั้นผมก็ดันตัวอีกฝ่ายออกอย่างไม่เชื่อหู สื่งที่ผมใฝ่ฝันจะได้ยินมาตลอด มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเกินไป มัน...เป็นไปไม่ได้....

“ชั้นรักนาย รักนายจริงๆนะ ถึงชั้นจะเป็น ‘พี่ฮันคยอง’ ของทุกคน แต่ชั้นจะเป็น ‘พี่ฮันคยองที่รัก’ ของนายคนเดียว คนเดียวเท่านั้น...” สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากเรียกผมกลับคืนจากอาการอึ้ง สายตาผมมองไปยังร่างที่ขึ้นมานั่งบนตักตั้งแต่ตอนโผเข้ากอด ใบหน้าอีกฝ่ายแดงระเรื่อ พอจะรู้หรอกนะว่าพี่ขี้อาย แต่ทำแบบนี้คงต้องให้รางวัลความกล้าเสียหน่อยละมั้ง

พี่ฮันคยองที่รัก” ผมเรียกอีกฝ่ายเบาๆ ได้ผล พี่ฮันคยองเงยหน้าขึ้นมา สบโอกาสให้ผมได้ดึงอีกฝ่ายมาประทับความหวาน ลึก ตราตรึงลงไปในจิตใจ มอบความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทางริมฝีปากที่บดเบียดกันอย่างไม่รู้จบ มือผมวางที่เอวบาง มือพี่ฮันคยองโอบล้อมรอบคอ เราผละออกจากกันเล็กน้อย ก่อนแรงดึงดูดจะดึงเราเข้าหากันอีกครั้ง

“ขอบคุณที่รักผม...ขอบคุณครับ” ผมกระซิบแผ่วเบาแถวริมฝีปากอีกฝ่าย ก่อนจะประกบมันเข้าไปอีกครั้ง ผมดึงรั้งท้ายทอยเข้ามาเพื่อปรับระดับความหวานให้เพิ่มมากขึ้น ตักตวงจนอิ่มเอม ก่อนจะพลิกอีกฝ่ายให้นั่งซ้อนกัน หลังพี่ฮันคยองพิงพักลงมา ผมโอบรอบเอวไว้หลวมๆ ก่อนจะขยับมือไปกุมมือนุ่มเอาไว้ ริมฝีปากไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างมีความสุข

จับต้องได้แล้วสินะ ผมสามารถเช็ดน้ำตาให้พี่ กอดพี่ จูบพี่ ยิ้มและหัวเราะไปกับพี่ได้อย่างใจอยากแล้วสินะ ผมจะพยายามทำให้พี่ยิ้มได้อย่างเต็มที่ หัวเราะได้อย่างเต็มที่ ผมจะแบ่งเบาภาระที่พี่แบกไว้ ผมจะช่วยพี่รับภาระนั้นแล้วกอบกุมมือพี่...เราจะเดินไปด้วยกันนะครับ...


“ผมรักพี่นะครับ พี่ฮันคยองที่รักของผม...”

..
.
END

 

edit @ 21 Oct 2007 02:32:04 by [Y] to the [SKY]

edit @ 24 Oct 2007 20:43:11 by [Y] to the [SKY]

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก็อย่างที่ฉันบอกแกไปอะแหละ..
ไม่ได้อ่านฟิคที่วอนอบอุ่นมานานเหมือนกัน
หลังๆเจอแต่วอนหื่นๆ

หรือว่าเป็นฟิคแก..
ฉันตั้งใจอ่านมากเลยนะ...เหมือนแกมานั่งอ่านให้ฟังเลย

จะพูดยังไงดีเนี่ย
ซีวอนทำแกถึงได้อบอุ่นได้อีกแบบนี้..
..ผู้ชายคนนี้ทำได้จริงๆ..
เอาไปซะ..รางวัล..ของนาย
ฮันคยองของซีวอน..

รู้สึกเหมือนจะกรี้ดไปแล้วรอบนึง...มันเลยไม่รู้จะพูดอะไร

จบแล้วกัน...

#1 By ~ Yo - Ya - E ~ on 2007-10-21 23:58

ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณชายฉ่อยจะเป็นตฃคนดีกับเขาด้วยนะเนี้ย.เอาเหอะรับได้.เพื่อฮันน่ารักมาก.มานั่งกลุ้มทามมายเขารักแค่เนี้ย(*-*)

#2 By ert (161.200.255.162) on 2007-10-23 18:22

#3 By (72.14.252.136) on 2008-04-22 23:20

อิอิ น่ารักจิงๆเลยอ้า~~cry

#4 By PAAA~ (125.24.206.119) on 2008-06-11 22:26

วิ้ดวิ้วววว หวานซ้ามดกัดคนอ่านเลยจ้า

#5 By sanddollar * (125.25.189.221) on 2008-07-12 21:56

ขอบคุณค่ะ... เราปริ้นไปอ่านนะ อาจจะไม่ได้กลับมาเม้น ...

#6 By smtownfestival on 2008-09-23 20:51